Happy Death Day 2U (2019): การกลับมาของลูปนรกที่ฉีกกรอบหนังเชือดสยอง สู่มหากาพย์ไซไฟคอมเมดี้สุดเหวี่ยง
ในปี 2019 “Happy Death Day 2U” หรือชื่อไทย “สุขสันต์วันตาย 2U” ภาพยนตร์ภาคต่อจากค่าย Blumhouse Productions ได้ก้าวเข้ามาสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนหนังทั่วโลก ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์อาวุโส ผมขอจำกัดความเรื่องนี้ว่าเป็น “A Brilliant and Genre-Bending Sequel That Defies Expectations” หากภาคแรกคือการผสมผสานระหว่าง Groundhog Day กับ Scream ภาคนี้ผู้กำกับ Christopher Landon ได้ตัดสินใจหักพวงมาลัยฉีกแนวทางเดิมทิ้ง แล้วเติมเต็มองค์ประกอบของความเป็นไซไฟ-วิทยาศาสตร์ (Sci-Fi) และดรามาครอบครัวเข้าไปอย่างชาญฉลาด ทว่ายังคงรักษาความตลกร้ายและความสนุกสนานน่าติดตามไว้อย่างครบถ้วน นี่คือ Deep Recommendation สำหรับผู้ที่ชอบหนังพล็อตล้ำลึก เรื่องมิติคู่ขนาน และการสืบหาตัวฆาตกรที่คาดเดาไม่ได้
เรื่องย่อฉบับเข้มข้น: เมื่อลูปนรกเปลี่ยนทิศ สู่ปริศนามิติคู่ขนาน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก “ทรี เกลบ์แมน” คิดว่าเธอได้หลุดพ้นจากลูปเวลาแห่งความตายในวันเกิดของตัวเองและกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุขกับ “คาร์เตอร์” ทว่าความสงบสุขกลับอยู่ได้ไม่นานเมื่อ “ไรอัน” เพื่อนร่วมห้องของคาร์เตอร์และทีมวิศวกรฟิสิกส์จอมเพี้ยน ได้ทดลองเดินเครื่องเร่งอนุภาคควอนตัมลึกลับที่พวกเขาประดิษฐ์ขึ้นในมหาวิทยาลัย
เครื่องมือดังกล่าวเกิดทำงานผิดพลาดจนส่งแรงระเบิดควอนตัมช็อกโลก ทำเอาทรีหมดสติและตื่นขึ้นมาพบว่าเธอแฝงร่างกลับมาอยู่ใน “ลูปวันเกิด” ของตัวเองอีกครั้งในวันที่ 18 กันยายน ทว่าครั้งนี้ทุกอย่างรอบตัวเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอหลุดเข้ามาอยู่ใน “มิติคู่ขนาน” ที่ซึ่งคาร์เตอร์ไม่ได้รักเธอแต่กำลังคบอยู่กับคนอื่น ขณะเดียวกัน แม่ของเธอที่เคยเสียชีวิตไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ “ฆาตกรหน้ากากเบบี้” คนเดิมได้กลับมาไล่ล่าฆ่าเธอและเพื่อนๆ อีกครั้ง ทรีต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกครั้งสำคัญว่าจะหาทางปิดเครื่องควอนตัมเพื่อกลับสู่มิติเดิม หรือจะยอมติดอยู่ในลูปนรกนี้ตลอดไปเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่เธอคิดถึงมาตลอด
ทำไม Happy Death Day 2U (2019) ถึงเป็นภาคต่อที่ยอดเยี่ยมและล้ำเส้นหนังแนวเดิม?
- การฉีกแนวภาพยนตร์อย่างกล้าหาญ (Genre-Bending Masterclass): หนังเปลี่ยนตัวเองจากแนวฆาตกรไล่เชือด (Slasher) ในภาคแรก กลายมาเป็นหนังไซไฟข้ามมิติเวลาที่มีกลิ่นอายของ Back to the Future ผสมกับคอมเมดี้วัยรุ่นได้อย่างกลมกลืน ทำให้คนดูเดาทางไม่ออกและรู้สึกสดใหม่ตลอดเวลา
- การแสดงระดับท็อปฟอร์มของ Jessica Rothe: เจสสิกา โรธ พิสูจน์ความเป็นตัวแม่สายคอมเมดี้-ดรามาด้วยการระเบิดพลังการแสดงอันล้นเหลือ เธอถ่ายทอดอารมณ์ตั้งแต่ความเกรี้ยวกราดสุดขีดเมื่อต้องกลับมาตายซ้ำๆ มุกตลกหน้าตาย ไปจนถึงฉากดรามาเรียกน้ำตาเมื่อต้องเลือกระหว่างมิติที่มีแม่และมิติแห่งความเป็นจริง
- พาร์ทดรามาครอบครัวที่อบอุ่นหัวใจ: สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ หนังใส่ประเด็นเรื่องการปล่อยวาง (Letting Go) และความรักของแม่ลูกเข้ามาได้อย่างซาบซึ้งใจ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับให้ตัวภาพยนตร์มีคุณค่ามากกว่าแค่หนังบันเทิงเบาสมองทั่วไป
“สุขสันต์วันตาย 2U คือบทพิสูจน์ความสร้างสรรค์… ว่าหนังภาคต่อไม่จำเป็นต้องฉายซ้ำรอยเดิมเสมอไป แค่กล้าที่จะใส่ไอเดียไซไฟสุดเพี้ยนลงไปในพล็อตฆาตกรรม ก็สามารถเสิร์ฟความสนุกรสชาติใหม่ที่ฮากระจายและซึ้งกินใจได้พร้อมๆ กัน”