Kindergarten Cop 2
เนื้อเรื่องย่อ

Kindergarten Cop 2 (2016) เมื่อเจ้าหน้าที่เอฟบีไอสายดุ ต้องกราบกรานกองทัพเด็กอนุบาลสุดป่วน!

หากคุณเคยประทับใจกับภารกิจปราบเด็กแสบของ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ในภาคแรกเมื่อปี 1990 การกลับมาในรอบ 26 ปีของ “Kindergarten Cop 2 (2016) ตำรวจเหล็ก ปราบเด็กแสบ 2” คือภาพยนตร์แนว Action Comedy / Family ที่หยิบเอาความต่างสุดขั้วระหว่าง “เจ้าหน้าที่รัฐสุดโหด” กับ “เด็กอนุบาลยุคอัลฟา” มาขยี้ให้เกิดเสียงหัวเราะ นำทีมความฮาโดยเจ้าพ่อหนังแผ่นสุดล่ำ ดอล์ฟ ลุนด์เกรน (Dolph Lundgren) ที่สลัดคราบนักฆ่าหน้าตายมารับบทคุณครูจำเป็นได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู

แซค รีด (Zack Reed) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอสายลุยผู้บ้างานและยึดมั่นในระเบียบวินัยกำลังตามล่าแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลลับสุดยอดในโครงการคุ้มครองพยานของรัฐบาลที่ถูกขโมยไป ทว่าเบาะแสเดียวที่เขามีคือ ข้อมูลนั้นถูกซ่อนอยู่ในโรงเรียนอนุบาลเอกชนสุดหรูหราแห่งหนึ่งที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยและกฎระเบียบที่เข้มงวด

เพื่อแทรกซึมเข้าไปกู้ข้อมูล แซค รีด ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลอมตัวเข้าไปเป็น “คุณครูโรงเรียนอนุบาล” ทว่าภารกิจนี้กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ยิ่งกว่าการไปออกรบ เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับเด็กๆ ยุคใหม่ที่ทั้งฉลาด แก่นเซี้ยว แสบสัน และเอาแต่ใจ แถมโรงเรียนแห่งนี้ยังมีกฎเกณฑ์สุดแปลกประหลาด เช่น การห้ามกินน้ำตาล, การห้ามลงโทษเด็ก และการสอนแบบเสรีนิยมสุดขั้ว แซคต้องพยายามควบคุมชั้นเรียน ค้นหาแฟลชไดรฟ์ และหลบหนีการตามล่าจากกลุ่มมาเฟียรัสเซียที่หวังจะมาชิงข้อมูล ตัดสลับกับภารกิจหัวใจเมื่อเขาดันไปตกหลุมรักคุณครูสาวสวยร่วมโรงเรียน!

มุมมองนักวิจารณ์: เสียงหัวเราะสไตล์สูตรสำเร็จ และเสน่ห์หน้าตายของดารารุ่นเก๋า

In My Opinion ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์ Kindergarten Cop 2 ทำหน้าที่เป็นหนังครอบครัวเบาสมองที่ดูง่ายและมอบความบันเทิงได้อย่างซื่อตรง

  • การพลิกบทบาทที่สร้างรอยยิ้มของ ดอล์ฟ ลุนด์เกรน: เรามักจะชินภาพของดอล์ฟในหนังตระกูล The Expendables ยิงถล่มทลาย แต่พอเขาต้องมาใส่ผ้ากันเปื้อน ทำอาหารออร์แกนิกให้เด็ก และโดนเด็กๆ รุมแกล้ง มันเกิดคอนทราสต์ (Contrast) ที่ตลกหน้าตายและทำให้ตัวละครดูมีเสน่ห์ อบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • มุกตลกล้อเลียนสังคมยุคใหม่: หนังฉลาดมากในการเอาใจใส่ประเด็น “สปอยล์เด็ก” ของพ่อแม่ยุคปัจจุบัน ฉากที่พระเอกพยายามสอนระเบียบวินัยแบบทหาร แต่ต้องเจอการประท้วงจากเด็กๆ และครูใหญ่ที่เน้นความอ่อนโยน ถือเป็นจุดขายที่จิกกัดสังคมได้อย่างน่ารักและเรียกเสียงฮาได้ดี
  • รสชาติแบบ Nostalgia ที่ย่อยง่าย: แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบเคียงระดับความคลาสสิกของภาคแรกที่อาร์โนลด์ทำไว้ได้ แต่ในแง่ของ “หนังแผ่นฟีลกู๊ด” หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์คนดูที่ต้องการความคลายเครียด งานภาพสดใส เพลงประกอบน่ารัก และบทสรุปที่อบอุ่นหัวใจ

บทสรุปความคุ้มค่า: ใครที่โหยหาหนังตลกสไตล์ยุค 90-2000 ที่ไม่มีพิษมีภัย ดูได้พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว และอยากเห็นแอ็กชันสตาร์รุ่นเก๋าในมุมมุ้งมิ้ง แนะนำให้กดหาเวอร์ชัน [ซับไทย] มาเปิดดูในวันหยุดเลยครับ ยิ้มออกแน่นอน!

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง